ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สักวันแล้วมันก็ผ่านไป...!!

สักวันแล้วมันก็ผ่านไป...!!

        หากวันนี้ เธอเหนื่อยจนลุกไม่ไหวกับชีวิตที่เปลี่ยนเกินจะรับได้เกินที่จะยืนหยัด เกินที่จะเข้าใจได้ไหวว่าเหตุใดจึงถึงเกิดขึ้นกับเธอ



         หากวันนี้ความฝันได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนจากวันที่เคยดูเหมือนยิ่งใหญ่เป็นวันที่ไม่รู้จัก วันที่ไม่เคยคาดฝันไว้ว่าชีวิตนี้จะต้องเผชิญ



          สักวัน แล้วมันก็ผ่านไปไม่มีเรื่องอะไรใหม่ เกิดขึ้นแล้วก็จากไปสักวัน น้ำตาจะหยุดไหลสุขทุกข์ร้ายดีเท่าไหร่ สุดท้ายก็ผ่านไป



       ดั่งต้นไม้ถูกลิดเพื่อผลิใบ ดั่งชีวิตที่พ่ายแพ้เพื่อเริ่มใหม่คนที่ไม่เคยเจ็บ คือคนที่ไม่เคยทำสิ่งไหน บอกใจเอาไว้เมื่อต้องเผชิญ



      บนเส้นทางในชีวิตของเธอจะมีคำตอบรอคอยอยู่เสมอหากเธอนั้นยอมเดิน




       สักวัน แล้วเราจะเข้าใจสุดท้ายร้ายดีเท่าไหร่ 
แค่ไหนก็ผ่านไป...^__^


วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน..!!

น้ำท่วมน้ำใจ  คนไทยไม่ทิ้งกัน..!!


"จะหลับลงได้อย่างไร ในเมื่อประชาชน ไม่มีที่จะนอน"


พระราชกระแสรับสั่งของในหลวง 



สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยี่ยมผู้ประสบภัยที่นครราชสีมากับ น้ำ


พระทัยยิ่งใหญ่เหลือเกิน ไม่มีครั้งไหนเลยที่พระบรมวงศานุวงศ์


ของไทยทุกพระองค์จะทอดทิ้งประชาชน ขอทุกๆพระองค์ทรง


พระเจริญยิ่งยืนนาน 




มันเหมือนหัวใจสลาย นาทีที่สายน้ำมา 
กวาดทลายในพริบตา ทั้งชีวิตหายไป 


เสียงของความเฝ้าตรม ดังระงมถึงแสนไกล
บาดลงบนหัวใจคนไทยทุกคน 


เรารู้ว่าความบอบช้ำ มันยากจะทำใจได้
คนที่รักถูกพรากไป คนที่เหลือทุกข์ทน


แต่ขอให้เชื่อแล้วกัน ในวันที่ใครต้องหมองหม่น 
อีก...หกสิบกว่าล้านคนจะยื่นมือไป..!!


ให้เป็นธารน้ำใจ ต้านคลื่นที่มันไหลมา
ให้น้ำใจซับน้ำตา คืนมาซึ่งวันสดใส 


จะเจ็บจะปวดอีกกี่ครั้ง จะรวมพลังลุกยืนขึ้นใหม่
ให้โลกได้รู้เอาไว้...คนไทยไม่เคยทิ้งกัน 


แม้ว่าโลกจะร้าย สูญเสียอะไรทุกอย่าง
แต่น้ำใจไทยจะหลั่ง เพื่อล้างทุกความเสียใจ 


★ จุดรับบริจาค



สายด่วน Hot Line / twitter/ link ฉุกเฉินน้ำท่วม




ต้องการอาสาสมัคร ช่วยน้ำท่วม  (โปรดดูวันที่)

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รวมพลัง "รักพ่อภาคปฏิบัติ"

รวมพลัง  "รักพ่อภาคปฏิบัติ"


          คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพเสรีภาพความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจ
ที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป 
(พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2521)






สวดมนต์  ถวายพระพร ถวายคำปฏิญาณตนต่อ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่โรงพยาบาลศิริราช 

ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐ น.






ถวายสัตย์ปฏิญาณกับพ่อที่ศิริราช




ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี....ดังกึกก้อง... !!




คุณยาย......รัก (♥) ในหลวง



รณรงค์รักพ่อภาคปฏิบัติด้วยการใส่เสื้อรักในหลวง แบบใดก็ได้ทั้งครอบครัว และส่งภาพถ่ายเข้าร่วมแบ่งปันกิจกรรม




" อยากขอบคุณ "     ขอบคุณที่อุ้มชูที่สั่งสอนที่เลี้ยงดู
ให้ลูกโตมาแม้หัวใจเหน็ดเหนื่อย พ่อไม่เคยอ่อนล้า
พ่ออดทนจนลูกมีวันที่ดี

อยากเห็นวันที่พ่อมีความสุข หัวใจและวันนั้น
ก็สมหวังในวันนี้ แผ่นฟ้าและผืนดิน
ยอมรับคุณความดี ให้พ่อคนนี้พ่อที่ลูก ๆ ภูมิใจ

* นี่เป็นเสียงจากหัวใจของลูกทุกคน *
คำขอบคุณหมื่นล้านคำ ที่บอกไป
แม้ไม่อาจเทียบแทนเศษเสี้ยวที่พ่อเคยให้
แต่แทนใจว่าลูกซึ้งในพระคุณ 

..พ่อรู้ใช่มั้ยว่าลูกทุกคนรักพ่อ..


วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

หนังไทยเพื่อ "พ่อหลวง"

หนังไทยเพื่อ  "พ่อหลวง"
" ด้วยเกล้า "



                      ด้วยเกล้า เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี และความเคารพเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีเนื้อหาสาระเป็นคติสอนใจคน ซึ่งถ่ายทอดจากความรู้สึกของชาวนาและความยากลำบากของกระดูกสันหลังของชาติ แต่ยังดีที่แม้ว่าทุกคนจะแร้นแค้นยากจนสักเพียงใด ความร่มเย็นและน้ำพระทัยของ“ในหลวง” ก็แผ่กระจายเอาความชุ่มชื่นร่มเย็นไปถึง...
   




เรื่องย่อ ด้วยเกล้า


                "เสาคำ"    ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ กลับบ้านเกิดในภาคเหนือพร้อมกับเมล็ดข้าวที่แย่งมาได้จากท้องสนามหลวงเพียงไม่กี่เมล็ด โดยตั้งใจจะนำไปแยกปลูกในที่ดินของตนเพื่อเป็นสิริมงคล เวลาผ่านไปหลายปี หมู่บ้านของเสาคำประสบภัยแล้ง ทำให้ปลูกข้าวไม่ได้ติดต่อกันมานาน คนส่วนใหญ่ซึ่งมีอาชีพทำนาพากันเดือดร้อน

.


                จนหลายครอบครัวทนไม่ไหว ต้องพากันอพยพไปยังถิ่นอื่น น้ำกินน้ำดื่มต้องอาศัยซื้อหาเอาจากบ่อน้ำแห่งเดียวของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นของแม่เลี้ยงบัวเรียน เศรษฐีบ้านนอกนักปล่อยเงินกู้หน้าเลือด ความพยายามแรกของชาวนาในการเสาะแสวงหาน้ำแหล่งใหม่ คือ พึ่งไสยศาสตร์ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว


              ลูกชายคนโตของเสาคำ  ที่ได้ทุนหลวงไปเรียนต่อเมืองนอก ได้กลับมาทำงานโครงการหลวงบนดอย เขาตกลงใจจะยื่นฎีกาขอฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพ่อและชาวนาในละแวกนั้น ทำให้หมู่บ้านอันแห้งแล้งสามารถกลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้งในที่สุด แต่ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจอยู่นั้น คำปั๋น  และติ๊บ ภรรยา  กลับต้องเศร้าใจ เมื่อถูกแม่เลี้ยงบัวเรียนยึดนากับบ้านเพราะไม่ยอมส่งเงินใช้หนี้ ทั้งสองจึงย้ายมาอยู่กับเสาคำ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน ตามคำชวนของฝ่ายหลัง


                 สำอาง  ลูกชายคนเล็กของเสาคำ ไม่พอใจชีวิตชาวนาที่ยากจนแบบพ่อ เขาหนีไปอยู่กับพวกค้าฝิ่น ก่อนจะพบรักกับนาจา  สาวชาวเขา แต่ยิ่งสำอางถลำตัวลึกลงไปเท่าใด เขาก็ยิ่งนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวแบบไม่จบสิ้น โดยเฉพาะการทำให้คำนึง น้องชายของติ๊บที่เป็นตำรวจตระเวนชายแดนต้องออกจากราชการ เพราะพยายามจะช่วยสำอางตามคำขอของเสาแก้ว  ลูกสาวคนเดียวของเสาคำ เมื่อครั้งตำรวจบุกกวาดล้างพวกค้าฝิ่น


                 แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่สามารถปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวได้ สำอางเลิกคบกับพวกค้าฝิ่น แล้วหันมาช่วยพ่อในการเพาะเห็ด ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างเสาแก้วกับคำนึง แม่เลี้ยงบัวเรียนต้องอพยพไปอยู่ที่อื่นเพราะไม่มีใครมาใช้บริการเงินกู้ หรือซื้อของจากเธออีกต่อไป ส่วนเสาคำเอง ที่แม้จะหันไปปลูกพืชอย่างอื่นแทนแล้ว แต่เขาก็ยังกันที่ส่วนหนึ่งไว้ปลูกข้าวของในหลวงเพื่อใช้ถวายในวันที่พระองค์ท่านเสด็จมาเยือน


                  เสาคำโง่หรือที่ไม่ยอมขายนาแล้วเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นซึ่งมีรายได้ดีกว่า อพยพจากผืนดินแห้งแล้งนี้ไปอยู่ในเมืองตามคำแนะนำของสำอาง คำตอบที่หนังเรื่องด้วยเกล้ามอบให้คนดู คือ เงินหาใช่ตัวแปรสำคัญสูงสุดในการดำรงชีวิตให้มีความสุขและมีคุณค่า เพราะบุคคลที่ได้ชื่อว่าถึงพร้อมในเรื่องเงินทองอย่างแม่เลี้ยงบัวเรียนกลับไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในหมู่บ้านได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

                สำหรับเสาคำ เงินกลายเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเขาพยายามจะรักษาที่ดินไว้ ช่วยเหลือคนรู้จัก และให้ลูกๆ ได้อยู่ดีกินดี แต่เมื่อเทียบกับผืนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเขาต่อสู้กันมานับสิบรุ่นแล้ว เงินไม่สามารถจูงใจให้เขาขายที่ดินได้ เช่นเดียวกับอาชีพเกษตรกร ซึ่งสืบทอดกันมาช้านาน สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือน “รากเหง้า” ของชีวิตเสาคำ เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่อย่างสำอางไม่อาจเข้าใจและเข้าถึงได้

                 แม้ตอนท้าย เสาคำจะเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทนข้าว แต่หลักปรัชญาในการดำรงชีพของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มันเพียงแต่ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น เขายังคงเป็นเกษตรกรผู้เมตตา ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ รักถิ่นฐาน และมอบความจงรักภักดีให้กับในหลวงอย่างจริงใจ....

              ภาพยนตร์เรื่องด้วยเกล้านี้ มีการเดินทางมายาวนานถึง 19 ปีเต็ม เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับเกียรติจากในวัง ขอนำภาพยนตร์ไปฉายที่ "สนามหลวง" ทุกวันที่ 5 ธ.ค. ของทุกปี เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่บอกเล่าถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่าน......

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

หัวใจของลูก..."รักพ่อภาคปฏิบัติ"

หัวใจของลูก..."รักพ่อภาคปฏิบัติ"




        ตรงนี้้  "คนรักพ่อ" รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจาก

กลุ่มไหน สีไหน ก็ต้อนรับ ขอเพียงมาตรงนี้ ทุกคนอยู่กลุ่ม

เดียวกัน คือกลุ่มของคนรักในหลวง ไม่แยก ไม่แตก จำให้

ขึ้นใจ พวกล้มเจ้ารวมกันเข้มแข็ง แล้วพวกเราจะแยกกันอีก

ทำไม





v ถวายสัตย์ปฏิญาณ สวดมนต์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ศิริราช  ทุกวันอาทิตย์ ๑๐.๐๐ น.


ร่วมกันตัดสติ๊กเกอร์ติดรถ *รักพ่อภาคปฏิบัติ*




ช่วยกันแจกสติ๊กเกอร์ 





" อยากขอบคุณ "     ขอบคุณที่อุ้มชูที่สั่งสอนที่เลี้ยงดู
ให้ลูกโตมาแม้หัวใจเหน็ดเหนื่อย พ่อไม่เคยอ่อนล้า
พ่ออดทนจนลูกมีวันที่ดี

อยากเห็นวันที่พ่อมีความสุข หัวใจและวันนั้น
ก็สมหวังในวันนี้ แผ่นฟ้าและผืนดิน
ยอมรับคุณความดี ให้พ่อคนนี้พ่อที่ลูก ๆ ภูมิใจ

*
นี่เป็นเสียงจากหัวใจของลูกทุกคน *
คำขอบคุณหมื่นล้านคำ ที่บอกไป
แม้ไม่อาจเทียบแทนเศษเสี้ยวที่พ่อเคยให้
แต่แทนใจว่าลูกซึ้งในพระคุณ 

พ่อรู้ใช่มั้ยว่าลูกทุกคนรักพ่อ

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

" เอกลักษณ์ไทย "

" เอกลักษณ์ไทย "



หลายร้อยปีดีดัก....
เอกลักษณ์ คนไทยทราบไปทั้งโลก
รอยยิ้มบนหน้า เหมือนหนึ่งว่า มิมีทุกข์โศก
คนไทยเหมือนคนมีโชค ถูกโฉลกโลกทุกสมัย
เคารพคน สูงกว่า แหละศรัทธา ในครูผู้เคยสอนให้
ไม่ทิ้งพ่อแม่ เลี้ยงดูแลให้แกชื่นใจ
สิบนิ้วน้อม พนมไหว้ เคารพผู้ใหญ่ เป็นอาจิณ





**รักในหลวง ห่วงประเทศอยู่ไม่จาง**
ประเทศไทยตั้งแต่สร้าง มิเคยว่าง พระเจ้าแผ่นดิน
เอกลักษณ์นี้ ฟ้าประจักษ์และโลกได้ยิน
ว่าไทยในทั้งธานินทร์ พระเจ้าแผ่นดิน คือหัวใจ
ไทยมิเคยเป็นทาส ให้ต่างชาติ มาคอยชี้เหนือชี้ใต้
เอกลักษณ์หนึ่ง ซึ้งอยู่ในหัวใจคนไทย
**เรามีวัดงามไกลใกล้ มีพระสอนให้ เราทำดี**




ไทยมิเคยเป็นทาส
ให้ต่างชาติ มาคอยชี้เหนือชี้ใต้ เอกลักษณ์หนึ่ง
ซึ้งอยู่ในหัวใจคนไทย เรามีวัดงามไกลใกล้
มีพระสอนให้ เราทำดี 



วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เพลงของพ่อ...

เพลง สรรเสริญพระบารมี




ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาลบุญดิเรก เอกบรมจักริน
พระสยามินทร์พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดัง
หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย





เพลง เดินตามรอยเท้าพ่อ

แม้........ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน
ลูกขอตั้งปณิธานสานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
จะขอเดินตามรอยของเท้าพ่อไป
เหนื่อยยากเพียงไหนไม่ทำให้พ่อผิดหวัง
กี่น้ำหยาดเหงื่อที่พ่อหลั่งเพื่อคนไทย
กี่แสนนาทีล่วงไปที่พ่อเหนื่อยยากตรากตรำ
ฝ่าลมฝนพ่อทนสู้ทำ
อาบเหงื่อต่างน้ำนำทางเพื่อลูกเรื่อยมาก
พ่อเป็นมากกว่าพ่อคนไหน
พ่อเป็นหนึ่งในใจตลอดเวลา
เป็นภาพจำงดงามอยู่ในสายตา
เป็นแรงศรัทธาแรงกล้าอยู่ในหัวใจ
แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน
ลูกขอตั้งปณิธานสานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
จะขอเดินตามรอยเท่าพ่อไป
เหนื่อยยากเพียงไหนไม่ทำให้พ่อผิดหวัง



เพลง ส่งความสุขให้พ่อด้วยรอยยิ้ม 


เรามีชีวิตเป็นอยู่ที่สุขสบาย
จากหยาดเหงื่อและความตั้งใจ ที่พ่อไม่เคยหยุดยั้ง
จะมีใครในโลก ที่ทุ่มเทและทำทุกอย่าง
เพียงเพื่อหวังให้ลูกสุขใจ
เรายังมีเรื่องให้พ่อต้องห่วงเสมอ
ที่ยังหาหนทางไม่เจอ ก็ต้องค้นหาต่อไป
แต่ว่าในวันนี้หนทางหนึ่งจะทำง่ายดาย
ให้พ่อได้คลายความห่วงกังวล
 ช่วยกันส่งความสุขให้พ่อ ด้วยรอยยิ้มจากใจ
ยิ้มที่สื่อความหมาย แทนคำพูดคนไทยทุกคน
ส่งรอยยิ้มใสๆ ให้พ่อสิ้นความกังวล
ว่าวันนี้ลูกพ่อทุกคนยังสุขสบาย
เราคงไปถึง วันหนึ่งที่พ่ออยากเห็น
จะไม่มีเรื่องใดยากเย็น เกินกว่าจะข้ามผ่านไป
แต่ยังมีบางเรื่อง ที่เราทำในวันนี้ได้
ให้พ่อได้คลายความห่วงกังวล
ส่งรอยยิ้มให้พ่อของเรา กันเถิดคนไทย



เพลง ต้นไม้ของพ่อ

นานมาแล้ว.. พ่อได้ปลูกต้นไม้ไว้ให้เรา เพื่อวันหนึ่งจะบังลมหนาว
และคอยเป็นร่มเงา ปลูกไว้เพื่อพวกเรา ทุกทุกคน
พ่อใช้เหงื่อแทนน้ำรดลงไป เพื่อให้ผลิดอกใบออกผล
ให้เราทุกทุกคนเติบโตอย่างร่มเย็นในบ้านเรา
ผ่านมาแล้ว ห้าสิบปี ต้นไม้นั้นสูงใหญ่ ลมแรงเท่าไรก็บรรเทา
ออกผลให้เก็บกินแตกใบเพื่อให้ร่มเงา คอยดูแลเรา ให้เรายังมีวันต่อไป
จนวันนี้ ใต้เงาแห่งต้นไม้ต้นใหญ่ ลูกได้อยู่ได้คอยอาศัย
แผ่นดินยังกว้างไกล แต่เหมือนว่าหัวใจพ่อกว้างกว่า
ลูกที่เกิดตรงนี้นั้นยังอยู่ และยังอยู่เพื่อคอยรักษา
จะรวมใจเข้ามา จะมีเพียงสัญญาในหัวใจ
จากวันนี้สักหมื่นปี ต้นไม้ที่พ่อปลูก ต้องสวยต้องงดงามและยิ่งใหญ่
สืบสานและติดตาม จากรอยที่พ่อตั้งใจ เหงื่อเราจะเทไป
ให้ต้นไม้ของพ่อยังงดงาม
จากวันนี้สักหมื่นปี ต้นไม้ที่พ่อปลูก ต้องสวยต้องงดงามและยิ่งใหญ่
สืบสานและติดตาม จากรอยที่พ่อตั้งใจ เหงื่อเราจะเทไป จากหัวใจ
เหงื่อเราจะเทไป ให้ต้นไม้ของพ่อ ยังงดงาม



เพลง  รูปที่มีทุกบ้าน

ตั้งแต่....เล็กยังเคยได้ถามแม่ว่า
บนข้างฝาบ้านเรานั่นติดรูปใคร
ที่แม่คอยบูชาประจำก่อนนอนทุกคืน จะต้องไหว้
แม่ตอบว่าให้กราบรูปนั้นทุกวัน
ท่านเป็นเทวดาที่มีลมหายใจ
ที่เรายังพอมีกินอย่างวันนี้
ท่านดูแลคนไทยมานานเหลือเกิน ให้จำไว้
เป็นรูปที่มีทุกบ้าน
จะรวย หรือจน หรือว่าจะใกล้ไกล
เป็นรูปที่มีทุกบ้าน
ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ
เติบโตมากี่สิบปีที่ผ่าน
ภาพที่เห็นคือท่านทำงานทุกวัน
เมื่อไรเราทำอะไรที่เกิดท้อ
แค่มองดูรูปบนข้างฝาจะได้กำลังใจ จากรูปนั้น
เป็นรูปที่มีทุกบ้าน
จะรวย หรือจน หรือว่าจะใกล้ไกล
เป็นรูปที่มีทุกบ้าน
ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ
จะขอตามรอยของพ่อ
ท่องคำว่า เพียงและพอ จากหัวใจ
เป็นลูกที่ดีของพ่อ
ด้วยความรัก ด้วยภักดี


เพลง  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม


เราจะ..ครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

ทุกบ้านทุกถิ่น ภูเขาทุกดอยทุกดง
หุบเหวทุ่งนาไพรพง ทุกเขื่อนคลองที่ทุกข์ทน
หากแผ่นดินนั้นเป็นไทย เสด็จไปถึงทุกชั้นชน
ดังสายฝนโปรยปรายให้คลายทุกข์เข็ญ
น้ำพระทัยกว้างใหญ่มหาศาล ทรงงานมิเคยว่างเว้น
พระราชทานความร่มเย็น ด้วยแนวคิดอันยั่งยืน

พระองค์ทรงเป็น ตาน้ำของแรงบันดาลใจ
ยามทุกข์ยามท้อเมื่อใด พระราชนิพนธ์สอนสั่ง
เมื่อตกลงไปในน้ำ อย่ามัวถามเมื่อไรจะถึงฝั่ง
จงว่ายไปด้วยพลัง ว่ายด้วยธรรมของความเพียร
แม้นยามใดบ้านเมืองจะมืดมน เหลือแต่หนทางเดินที่วนเวียน
พระราชดำรัสดังแสงเทียน ส่องให้เห็นถึงปลายทาง

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

ทุกย่านทุกหย่อมย่อมมีบ้างความแตกต่าง
ศาสนาพูดจาท่าทาง วัฒนธรรมท้องถิ่น
หลากหลายในชาติเชื้อพันธุ์ มารวมกันบนแผ่นผืนดิน
จงรักต่อพระภูมินทร์และแผ่นดินนี้
แม้ว่าความแตกต่างจะมากมาย แต่ในใจยังรักและสามัคคี
หนึ่งคำที่ทำให้คิดดี คือมีในหลวงองค์เดียวกัน

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

ครองแล้วทรงครองแผ่นดิน ครองหัวใจไทยทั้งแผ่นดิน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทุกดวง
เราผองคนไทยจึงมารวมกัน เปล่งเสียงจากใจถวายพระพร
ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

**ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ**